อะไรคือการสอบ JLPT แล้วมีความสำคัญอย่างไร?

การสอบ JLPT

อะไรคือการสอบ JLPT แล้วมีความสำคัญอย่างไร?

  การสอบ JLPT ย่อมาจากคำว่า Japanese Language Proficiency Test เป็นการสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีระดับเริ่มต้น N5 จนถึงระดับสูง N1 การสอบ JLPT นี้ไม่ได้จัดสอบเพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีการจัดสอบในอีกหลาย ๆประเทศอีกด้วย โดยการสอบในแต่ละครั้งจะสามารถเลือกสอบได้เพียงแค่ 1 ระดับต่อการสมัครสอบเพียง 1 รอบเท่านั้น

ซึ่งภายใน 1 ปี การสอบ JLPT จะจัดถูกจัดสอบในวันอาทิตย์เพียง 2 ครั้งต่อปีเท่านั้น
• ครั้งที่ 1 จัดสอบช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม
• ครั้งที่ 2 จัดสอบช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม

  สำหรับการสมัครสอบ ผู้สอบไม่จำเป็นต้องสอบเรียงตามลำดับตั้งแต่ N5 ได้ หากผู้สอบมีระดับความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นในระดับไหน สามารถเลือกสอบในระดับที่ต้องการได้เลย ทั้งนี้แต่ละระดับจะมีค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบแตกต่างกัน

  อัตราค่าสมัครสอบแบ่งเป็น 2 ราคา ดังนี้
• ระดับ JLPT N4 N5 มีค่าสมัครสอบ 500 บาท (ระดับพื้นฐาน)
• ระดับ JLPT N1 N2 N3 มีค่าสมัครสอบ 800 บาท (ระดับกลาง – ระดับสูง)

เปรียบเทียบเนื้อหาและคะแนนในการสอบแต่ละระดับ

ระดับ JLPT รายละเอียดข้อสอบ คะแนนเต็ม 180 คะแนน ระยะเวลาในการทำข้อสอบ

ระยะเวลารวม

N1
(ระดับเจ้าของภาษา)

ไวยากรณ์ + คำศัพท์

60

110 นาที

170 นาที

การอ่าน

60

การฟัง

60

60 นาที

N2
(ระดับสูง)

ไวยากรณ์ + คำศัพท์

60

105 นาที

155 นาที

การอ่าน

60

การฟัง

60

50 นาที

N3
(ระดับกลาง)

คำศัพท์

60

30 นาที

140 นาที

ไวยากรณ์ + การอ่าน

60

70 นาที

การฟัง

60

40 นาที

N4
(ระดับพื้นฐาน)

คำศัพท์

60

25 นาที

115 นาที

ไวยากรณ์ + การอ่าน

60

55 นาที

การฟัง

60

35 นาที

N5
(ระดับพื้นฐาน)

คำศัพท์

60

20 นาที

90 นาที

ไวยากรณ์ + การอ่าน

60

40 นาที

การฟัง

60

30 นาที

เช็คพื้นฐานความรู้ก่อนยืนสมัครสอบ !

สำหรับใครที่ไม่ยังแน่ใจว่า ควรจะลงสมัครสอบในระดับไหนดี แนะนำให้ศึกษาระดับความรู้ที่มีของผู้ที่จะสอบในตอนนี้ก่อนว่าถึงขั้นไหนแล้ว และสามารถลงสมัครสอบระดับไหนได้บ้าง ในส่วนนี้จะขออธิบายสั้นๆ ให้ผู้สนใจจะสอบลองเทียบความรู้กันดูก่อน

ระดับ N1 : มีความรู้ความเข้าใจในภาษาญี่ปุ่น เทียบเท่าเจ้าของภาษา สามารถเข้าใจ และใช้ภาษาในการสื่อสารได้กับทุกสถานการณ์
ระดับ N2 : มีความรู้ความเข้าใจในภาษาญี่ปุ่น ดีในระดับเทียบเท่าเจ้าของภาษาระดับนึง สามารถเข้าใจ และใช้ภาษาในการสื่อสารได้ในวงกว้าง
ระดับ N3 : มีความรู้ความเข้าใจในภาษาญี่ปุ่น ดีในระดับนึง มีระดับความเร็วในการพูดใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา สามาถอ่านบทความ หรือใช้รูปประโยค วลีที่พบเห็นในชีวิตประจำวันที่มีความยากได้
ระดับ N4 : มีความรู้ความเข้าใจในภาษาญี่ปุ่นระดับพื้นฐาน สามารถฟังบทสนทนาในชีวิตประจำวันที่พูดอย่างช้าๆ แล้วพอเข้าใจได้
ระดับ N5 : มีความรู้ความเข้าใจในภาษาญี่ปุ่นระดับพื้นฐานได้ในระดับหนึ่ง สามารถฟังบทสนทนาสั้นๆ บทความ ตัวอักษรฮิรางานะ คาตาคานะและคันจิพื้นฐานในชีวิตประจำวัน แล้วพอเข้าใจได้

Rest1

สอบผ่านแล้วจะมีประโยชน์อย่างไร แล้วใช้ทำอะไรได้ ?

สำหรับการสอบวัดระดับ JLPT เมื่อสอบผ่าน ผู้สอบจะได้รับใบรับรองผลคะแนนการสอบผ่านเกณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในการรับรองผลความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นของผู้สอบได้หลายอย่าง อาทิ

  • ใช้ยื่นประกอบการสมัครงานในบริษัทญี่ปุ่น หรือในงานที่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น เพื่อเป็นหลักฐานแสดงระดับความรู้ ความสามารถในการใช้ภาษาญี่ปุ่นของผู้สมัคร หรือเพื่อนำเพิ่มอัตราค่าจ้างในบริษัทที่กำลังทำงานอยู่ หรือในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน

• ใช้ยื่นประกอบการสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย โดยส่วนใหญ่มักจะใช้ใบรับรองผลการสอบระดับสูง คือ ระดับ N2 – N1 เพื่อเรียนในระดับมหาวิยาลัยในประเทศญี่ปุ่น หรือ ระดับพื้นฐาน N4 – N3 เพื่อเรียนในระดับมหาวิทยาลัยประเทศไทย

  • ใช้ยื่นประกอบการสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ในกรณีที่คะแนนผลการเรียน GPA (Grade Point Average) ไม่ถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถใช้ผลการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาญี่ปุ่น JLPT ประกอบการสมัครได้

  • ใช้ยื่นประกอบการสมัครเข้าเรียนในสถาบันสอนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่น

สถานที่สอบมีที่ไหนบ้าง?

สำหรับสถานที่จัดสอบ JLPT ในแต่ละครั้ง จะขึ้นอยู่กับการประกาศของทางผู้จัดสอบ แต่หลักๆ แล้ว ศูนย์สอบจะมีการจัดสอบอยู่ในจังหวัดหลักๆ ในทั้ง 4 ภูมิภาค
ภาคกลาง จัดสอบที่ จังหวัดกรุงเทพมหานครฯ
ภาคเหนือ จัดสอบที่ จังหวัดเชียงใหม่
ภาคอีสาน จัดสอบที่ จังหวัดขอนแก่น
ภาคใต้ จัดสอบที่ จังหวัดสงขลา

การสมัครสอบและเอกสารใช้ประกอบการสมัคร ?

การสมัครสอบสามารถสมัครสอบได้ 2 วิธี
  1. สมัครสอบทางไปรษณีย์
โดยเอกสารประกอบการสมัครที่ต้องใช้ประกอบไปด้วย
• ใบสมัครสอบ 1 ชุด จะมีเอกสาร 5 แผ่น
• รูปถ่ายขนาด 3 x 3 นิ้ว หรือ 4 x 3 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
• สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
จัดส่งทางไปรณีย์ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ojsat.or.th
  2. สมัครสอบทางออนไลน์ ได้ที่ http://www.jlptonlinethailand.com 
โดยไฟล์เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสมัครสอบผ่านทางระบบออนไลน์ประกอบไปด้วย
• ไฟล์รูปถ่ายหน้าตรง (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
• ไฟล์สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ที่มีขนาดความละเอียดของไฟล์ไม่เกิน 300 Kb

  ***หากผู้สนใจสมัครสอบ ยังไม่มั่นใจว่าความรู้จะเพียงพอต่อการสอบให้ผ่านหรือไม่ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
วาเซดะ หรือลงเรียนภาษาญี่ปุ่นเสริมเพิ่มเติมกับทางสถาบันวาเซดะ เพื่อเป็นการปูพื้นฐานและเตรียมความพร้อมก่อนสอบได้

JLPT N5-N1

*** สุดท้ายไม่ว่าความฝัน หรือเป้าหมายของผู้สนใจจะเป็นอะไร ***
*** เรามาพยายามทำให้เป็นจริงกันเถอะ ***

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น