ศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น ISI Japanese Language School – Kyoto Campus

ศึกษาต่อญี่ปุ่น

คุณเดือนเพ็ญ หงศ์ลดารมภ์ (แธ็ป)

Q1 : ประวัตินักเรียน

ปัจจุบันเรียนอยู่ที่ ISI Languages School ที่ Kyoto หลักสูตรระยะยาว 1 ปี เริ่มเทอม ตุลาคม 2022
เหตุผลที่เลือกโรงเรียนนี้ แธ็ปเลือกจากการตัดช้อยส์ค่ะ (หัวเราะ) เทียบระหว่าง Osaka กับ Tokyo แล้วรู้สึกว่าที่นี่กำลังพอดี คนไม่เยอะจนเกินไป และก็ไม่เงียบจนเกินไป ได้คำแนะนำจากทางวาเซดะด้วยค่ะว่าที่นี่มีหอในแบบที่แธ็ปต้องการ ค่อนข้างชอบเลยค่ะ บรรยากาศดูเหมาะกับการเรียนของตัวเองด้วย ถ้าอยากไปเที่ยวก็แค่เดินออกไป เหมือนได้เจอบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแล้วค่ะ

Q2 : การเตรียมความพร้อมด้านภาษาญี่ปุ่นก่อนไปเรียนและจุดประสงค์ในการไปเรียนที่ญี่ปุ่น

ด้วยความที่แธ็ปสนใจอยากลองไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นมาโดยตลอด เลยตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ แธ็ปมองว่าการเรียนน่าจะเร็วกว่าที่ไทย ในด้านสภาพแวดล้อม และการใช้ชีวิต ก็เหมือนกับว่าอยากเก็บประสบการณ์มากกว่า เลยมาเรียนที่ญี่ปุ่นค่ะ และถ้ามีโอกาสก็อยากลองทำงานที่ญี่ปุ่นด้วยค่ะ
แธ็ปเลยได้ขอคำแนะนำจากทางวาเซดะค่ะ ว่าต้องเรียนภาษาญี่ปุ่น 150 ชั่วโมงถึงสามารถขอวีซ่าได้ เลยได้ลงเรียน Intensive Course หลักสูตร DAY 1 ถึง DAY 2 กับทางวาเซดะศรีราชาค่ะ เรียนวันจันทร์ – วันศุกร์เลย
ส่วนเรื่องเอกสารแธ็ปไม่ได้จัดการอะไรเองมากค่ะ มีแค่เตรียมเอกสารสำคัญสำหรับทำวีซ่า และให้ทางวาเซดะเป็นตัวกลางช่วยเลยค่ะ ตั้งแต่ยื่นขอ COE ลุ้นผลด้วยกันไปจนถึงวันที่แธ็ปไปญี่ปุ่นเลย

Q3 : หลักสูตรที่เรียนกับทางวาเซดะก่อนไปญี่ปุ่นกับสถานการณ์จริงที่เจอเป็นอย่างไรบ้าง ?

เหมือนที่ญี่ปุ่นเราได้อยู่ในสภาพแวดล้อมจริง ๆ สามารถเห็นคันจิได้ตามร้านค้าทั่วไป อาจจะได้จำอะไรที่นอกเหนือจากหลักสูตรเยอะขึ้นค่ะ แธ็ปก็รู้สึกว่าตัวเองพออ่านมังงะรู้เรื่องบ้างแล้วด้วย แต่ถ้าในเรื่องการฝึกพูดแธ็ปมองว่าทางวาเซดะเป็นเหมือน Private Class เลยคิดว่าได้ฝึกพูดมากกว่าค่ะ ในเรื่องของ Grammar จะดูเข้มข้นกว่าถ้าเรียนกับทางวาเซดะ แต่พอได้มาเรียนที่ญี่ปุ่น เหมือนเรามีเพื่อนร่วมห้องหลาย ๆ ชาติ แล้วเซนเซก็มีวิธีสอนแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า ซึ่งเพื่อนในคลาสชาติอื่น ๆ อาจจะไม่ได้เรียนเข้มข้นเหมือนเราขนาดนั้น เลยเรียนไม่ทันบ้าง ก็มีใช้ภาษาอังกฤษพูดคุยกันบ้างค่ะ แต่ก็มีคนพ่นศัพท์ญี่ปุ่นมาเหมือนกันค่ะ

Q4 : ความรู้สึกระหว่างที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ?

วันแรกที่แธ็ปไปเรียนให้แนะนำตัวในคลาสเลยค่ะ แธ็ปแนะนำตัวบ่อยแล้วที่วาเซดะ เหมือนวาเซดะได้ซ้อม 会話 (kaiwa) ให้เยอะค่ะ ช่วงแรก ๆ เลยรู้สึกชินกับการสนทนา กลายเป็นว่าพอมาอยู่ที่นี่ Grammar แธ็ปที่เมื่อก่อนคิดว่าเป๊ะแล้ว ตอนนี้ก็มีใช้ปน ๆ กันไป อาจจะไม่เป๊ะบ้าง แต่เราจะพอรู้ศัพท์ในระดับที่ยากขึ้นไปด้วย มีการบ้าน มีสอบเหมือนวาเซดะเลย แต่แธ็ปว่าวาเซดะเข้มงวดมากกว่าค่ะ แล้วก็มีเพื่อน ๆ ช่วยกันติวหลังเลิกคลาสด้วย แนะนำแหล่งซื้อของกินบ้าง รู้สึกดีเลยค่ะ

เรียนต่อญี่ปุ่น
เรียนต่อญี่ปุ่น

Q5 : ความคาดหวังจากการไปเรียนที่ญี่ปุ่น ?

แธ็ปมองหาโอกาสต่อยอดหลังจากไปเรียนญี่ปุ่น ถ้าหากมีโอกาสก็อยากจะทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นดูค่ะ แต่ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็คงอาจจะกลับไปทำงานที่ไทยค่ะ

Q6 : เมื่อไปถึงสิ่งที่คาดหวังกับความเป็นจริงเหมือนกันไหม ?

ตั้งแต่วันแรกที่ไป ด้วยความที่แธ็ปกลัวหลง เลยได้ขอข้อมูลรถรับ – ส่งที่สนามบินจากทางโรงเรียนไว้ล่วงหน้า ค่อนข้างดีเลยค่ะ ราคาถูกกว่าแท็กซี่ด้วย สามารถจ่ายกับทางโรงเรียนทีหลังได้ด้วย เจ้าหน้าที่ที่หอพักของแธ็ปก็ดีด้วยค่ะ พยายามสื่อสารกันผ่าน Google translate และก็อาจจะเพราะเคยอยู่หอประจำมาด้วยเลยคุ้นชินกับกฎระเบียบที่นี่ค่ะ
ในวันปฐมนิเทศทางโรงเรียนก็มีล่ามแปลภาษาให้ด้วย รอบข้างโรงเรียนก็จะมีที่เที่ยวไม่ใกล้จากโรงเรียนมาก ห่างกันไม่กี่สถานีเองค่ะ เดินทางค่อนข้างสะดวก ระบบสาธารณสุขตรงต่อเวลามากค่ะ

Q7 : ประสบการณ์ที่ได้รับจากการอยู่ญี่ปุ่น ?

แธ็ปจำได้ว่าตอนเพิ่งมาอยู่ที่ญี่ปุ่นได้ทำกิจกรรมแรกเลยคือ การฝึกรับมือกับภัยพิบัติค่ะ การรับมือกับแผ่นดินไหวต้องหลบที่ไหนถึงจะปลอดภัย การรับมือกับน้ำท่วม น้ำต้องมีปริมาณกี่ตันถึงจะเปิดประตูได้ ซึ่งตรงกับบทเรียนที่แธ็ปกำลังเรียนอยู่พอดีเลย แล้วทางโรงเรียนก็มีทัวร์ฟรีมาแนะนำให้ตลอด ก็ได้ไปชม お花見 (Ohanami) หรือดอกซากุระบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ ตอนกลางคืนก็มีไฟประดับสวยมากค่ะ กิจกรรมทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนมีบ่อยเกือบทุกเทศกาลเลยค่ะ
แถมยังได้รับโอกาสจากทางโรงเรียนด้วยค่ะ มีเปิดให้ทำงานพิเศษที่โรงเรียนเป็นครูสอนสนทนาให้กับคนญี่ปุ่น แธ็ปมองว่า ISI ค่อนข้างให้นักเรียนได้ Self-Study เองเลย ได้ลองฝึกด้วยตัวเองไปเลย และไม่กระทบกับการเรียนด้วย ถึงแม้ทำงานเสริมก็ยังมีเวลาได้ใช้ชีวิตส่วนตัว มีค่าตอบแทนให้อีกด้วย

Q8 : การปรับตัวในระหว่างเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ?

ในเรื่องการปรับตัวก็จะมีกฎระเบียบบางอย่างของญี่ปุ่นที่ค่อนข้างจุกจิก แต่ก็ชัดเจนดีค่ะ มีสื่อวัฒนธรรมและการวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องการแยกขยะ คนอื่นอาจจะทราบกันอยู่แล้วแต่แธ็ปก็ยังมีงง ๆ อยู่เพราะเขาแยกขยะกันจริงจังมาก ทั้งขยะเผาได้ เผาไม่ได้ ขวด แก้ว กระป๋อง ทุกอย่างแยกหมดเลย แถมยังต้องทิ้งตามวันเวลาสำหรับขยะแต่ละประเภทด้วย แต่แธ็ปมองว่าเราอาจจะต้อง เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามค่ะ ถ้าเราไม่คิดอะไรมากก็สามารถใช้ชีวิตได้ค่ะ เหมือนที่นี่เขาก็จะชินกับการมีนักท่องเที่ยวเยอะอยู่แล้ว ถ้าเราเข้าร้านอาหารแล้วแต่งตัวไม่เหมือนคนญี่ปุ่น เขาก็พร้อมจะหยิบเมนูภาษาอังกฤษมาให้เลยค่ะ

เรียนต่อญี่ปุ่น

Q9 : ค่าครองชีพระหว่างอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ? / เพียงพอกับที่ตั้งเป้าหมายไว้ไหม ?

ถ้ามองแบบเซฟ ๆ เลยแธ็ปคิดว่าควรมีเงินประมาณเดือนละ 80,000 – 120,000 เยนค่ะ สำหรับ Standard Product บางอย่างก็ค่อนข้างถูกกว่าที่ไทย และอาหารสำเร็จรูปใน Supermarket ก็ราคาไม่สูงมากอยู่ที่นี่ค่อนข้างสะดวกสบายเลย แถมมีโปรโมชั่นอยู่ตลอด ร้านหนึ่งร้อยเยนก็เยอะค่ะ ถ้าทำอาหารเองก็จะประหยัดไปด้วย

Q10 : มีอะไรอยากฝากถึงรุ่นน้องหรือคนที่สนใจอยากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นบ้าง ?

สำหรับแธ็ปคิดว่า อยากทำอะไรรีบทำเลยค่ะ อยากเรียนให้รีบเรียนเลย จะได้มาทำงาน (หัวเราะ) วางแผนชีวิตคร่าว ๆ แล้วเอาภาษามาต่อยอดโอกาสในอนาคตค่ะ

เรียนต่อญี่ปุ่น

🎉สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โรงเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นวาเซดะ
Waseda กรุงเทพ 02-670-3456 / 080-269-0678
Waseda ศรีราชา 038-338-999 / 083-338-999
Waseda เชียงใหม่ 053-211-888 / 095-243-4248

Line: https://lin.ee/ijDtsVM @waseda2japan (มี @ ด้วยนะครับ)

#โอกาสมาแล้ว รีบคว้าไว้กันนะครับ