คนญี่ปุ่นเขาให้ช็อกโกแลตเรา...แปลว่าอะไรแน่?
ช็อกโกแลตสื่อใจแบบญี่ปุ่น กับคำบอกรักวาเลนไทน์ ที่ทำให้เขิลกันไปเลย
ถ้าพูดถึงวาเลนไทน์ หลายคนอาจนึกถึงดอกไม้ การ์ด หรือคำว่า “รักนะ” แต่ในญี่ปุ่น สิ่งที่สื่อความรู้สึกได้ดีที่สุดกลับเป็น “ช็อกโกแลต”ช็อกโกแลตสื่อใจแบบญี่ปุ่น ไม่ได้ใช้แค่บอกรักคนพิเศษเท่านั้น แต่ยังใช้แทนคำขอบคุณ มิตรภาพ หรือแม้แต่การให้กำลังใจตัวเองด้วย วาเลนไทน์ของญี่ปุ่นจึงไม่ใช่แค่วันของคู่รัก แต่เป็นวันที่ความรู้สึกหลากหลายถูกส่งต่อผ่านช็อกโกแลต
บทความนี้จะพาไปรู้จักที่มา ความหมาย และประเภทของช็อกโกแลตวาเลนไทน์ในญี่ปุ่น ว่าทำไมขนนหวานชิ้นเล็กๆนี้ ถึงทำให้หลายคนเขิลจนใจเต้นแรงได้ทุกปี
จุดเริ่มต้นของช็อกโกแลตวาเลนไทน์แบบญี่ปุ่น
หลายคนอาจคิดว่าวาเลนไทน์ในญี่ปุ่นเป็นธรรมเนียมดั้งเดิมที่มีมานาน แต่จริงๆแล้ว ช็อกโกแลตวาเลนไทน์แบบญี่ปุ่นเริ่มต้นจาก “การตลาด” ล้วนๆ และมีจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนมาก
ผู้ที่จุดประกายคนแรก คือร้านขนมที่โกเบ Morozoff (モロゾフ) ตั้งแต่ปี 1936 แต่คนที่ทำให้มันกลายเป็นวัฒนธรรมระดับชาติได้จริงๆ คือ Mary Chocolate (メリーチョコレート) ที่โตเกียวในปี 1958 พร้อมสื่อสารแนวคิดที่ชัดเจนมากว่า “ผู้หญิงเป็นฝ่ายให้ช็อกโกแลตกับผู้ชายในวันวาเลนไทน์” ตามด้วย Meiji, Lotte และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่ช่วยผลักดันจนกลายเป็นปรากฏการณ์ทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้เกิดจากกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายตั้งแต่ต้น
เมื่อเวลาผ่านไป การให้ช็อกโกแลตก็ไม้ได้หยุดอยู่แค่การบอกรักแฟนเท่านั้น แต่ค่อยๆ ขยายไปสู่เพื่อน คนรอบตัว และสังคมในชีวิตประจำวัน
สำหรับคนญี่ปุ่น วาเลนไทน์ คือโอกาสดีในการ “พูดความรู้สึกที่ปกติอาจไม่กล้าพูด” การให้ช็อกโกแลตจึงเหมือนการส่งข้อความเงียบๆ ที่อีกฝ่ายรับรู้ได้ จะเป็นความรัก ความขอบคุณ หรือความห่วงใย ทุกอย่างสามารถใส่ลงไปในช็อกโกแลตชิ้นเดียวได้แบบไม่ต้องพูดเยอะ
https://mitsui-shopping-park.com/en/lalaport/fukuoka/shopguide/2098575.html
本命チョコ (Honmei Choo – ฮมเม ช็อกโกะ) – ช็อกโกแลตของคนพิเศษ
ฮมเมช็อกโกะ คือช็อกโกแลตที่มอบให้กับคนที่เรารัก หรือคนที่แอบชอบ เป็นช็อกโกแลตที่ทำให้หัวใจเต้นแรงที่สุด หลายคนเลือกอย่างตั้งใจมาก หรือทำเอง 手作りチョコ ( tezukuri choko – เทะซุคุริ ช็อกโกะ ) เพื่อบอกเป็นนัยว่า “ชิ้นนี้ไม่ได้ให้ใครก็ได้”
ตัวอย่างข้อความสารภาพรัก
「好きです。付き合ってください」
(Suki desu. Tsukiatte kudasai)
ชอบคุณค่ะ/ครับ คบกันไหม
「ずっと好きでした」
(Zutto suki deshita)
ชอบมาตลอดเลยค่ะ/ครับ
「毎日、あなたのことばかり考えています」
(Mainichi, anata no koto bakari kangaete imasu)
ทุกวันคิดถึงแต่คุณคนเดียว
ตัวอย่างข้อความบอกแฟนหรือสามี
「いつもありがとう。大好き」
(Itsumo arigatou Daisuki)
ขอบคุณเสมอนะ รักมาก
「世界で一番大切な人へ」
(Sekai de ichiban taisetsu na hito e)
ถึงคนที่สำคัญที่สุดในโลก
「一生、隣にいさせてください」
(Isshou, tonari ni isasete kudasai)
ขออยู่ข้าง ๆ คุณไปตลอดชีวิต
「あなたがいるだけで幸せです」
(Anata ga iru dake de shiawase desu)
แค่มีคุณอยู่ ก็มีความสุขแล้ว
義理チョコ (Giri Choko – กิริ ช็อกโกะ) – ช็อกโกแลตตามมารยาท
กิริช็อกโกะ คือช็อกโกแลตที่ให้เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้น หรือคนที่เราต้องติดต่อด้วยประจำ
คำว่า 義理 (Giri – กิริ) หมายถึง “หน้าที่” หรือ “มารยาททางสังคม”
พูดง่ายๆ คือ “ไม่ได้รัก แต่ก็ไม่อยากให้ดูว่าเมิน” ช็อกโกแลตแบบนี้ช่วยให้บรรยากาศในที่ทำงานดูอบอุ่นขึ้น แต่ปัจจุบันคนญี่ปุ่นเริ่มลดการให้กิริช็อกโกะ เพราะบางคนรู้สึกว่าต้องใช้เงินและพลังใจเยอะเกินไป
ตัวอย่างข้อความที่ให้รู้ว่าไม่ได้สารภาพรักนะ
「いつもお世話になっております」
(Itsumo osewa ni natte orimasu)
ขอบคุณที่ดูแลเสมอมานะคะ/ครับ
「気持ちだけですが」
(Kimochi dake desu ga)
เป็นน้ำใจเล็กน้อยนะคะ/ครับ
「お体に気をつけて、頑張ってください」
(O-karada ni ki o tsukete, ganbatte kudasai)
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ/ครับ ขอให้ทำงานอย่างเต็มที่
「いつも支えてくださり、ありがとうございます」
(Itsumo sasaete kudasari, arigatou gozaimasu)
ขอบคุณที่คอยสนับสนุนเสมอมา
友チョコ (Tomo Choko – โทโมะ ช็อกโกะ) – ช็อกโกแลตมิตรภาพ
โทโมะช็อกโกะ คือช็อกโกแลตที่ให้กันในกลุ่มเพื่อน บรรยากาศสบายๆ ไม่กดดัน ไม่ต้องคิดเยอะ
ได้รับความนิยมมากในหมู่นักเรียนมัธยมและนักศึกษา เพราะเป็นวาเลนไทน์แบบ “ไม่ต้องมีแฟนก็สนุกได้” เป็นอีกมุมหนึ่งของวาเลนไทน์ญี่ปุ่นที่อบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ตัวอย่างข้อความ
「いつもありがとう!」
(Itsumo arigatou!)
ขอบคุณเสมอเลยนะ!
「これからもよろしくね」
(Kore kara mo yoroshiku ne)
ฝากตัวด้วยต่อไปนะ
「大好きな友達へ」
(Daisuki na tomodachi e)
ถึงเพื่อนรักของฉัน
「ずっと友達でいてね」
(Zutto tomodachi de ite ne)
เป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ
「笑顔をありがとう」
(Egao o arigatou)
ขอบคุณสำหรับรอยยิ้ม
「いつもそばにいてくれてありがとう」
(Itsumo soba ni ite kurete arigatou)
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างเสมอมา
自分チョコ (Jibun Choko – จิบุน ช็อกโกะ) – ช็อกโกแลตเพื่อตัวเอง
จิบุนช็อกโกะ คือการซื้อช็อกโกแลตให้ตัวเอง แนวคิดนี้กำลังฮิตมากในญี่ปุ่น เพราะไม่ต้องรอใครมารักก่อน แต่เริ่มจากการให้รางวัลตัวเอง ช็อกโกแลตแบบนี้เหมือนบอกตัวเองว่า “เราก็สำคัญเหมือนกัน”
ตัวอย่างข้อความเขียนโน๊ตให้กำลังใจตัวเอง
「自分を大切に」
(Jibun o taisetsu ni)
เห็นคุณค่าในตัวเอง
「幸せは自分で作る」
(Shiawase wa jibun de tsukuru)
ความสุขสร้างได้ด้วยตัวเอง
「今日の私に、ありがとう」
(Kyou no watashi ni, arigatou)
ขอบคุณตัวเองของวันนี้
「小さな幸せを大切に」
(Chiisana shiawase o taisetsu ni)
เห็นคุณค่าในความสุขเล็ก ๆ
「完璧じゃなくても、それでいい」
(Kanpeki ja nakute mo, sore de ii)
ไม่สมบูรณ์แบบก็ไม่เป็นไร แค่นี้ก็ดีแล้ว
「頑張りすぎなくていいよ」
(Ganbari sugirunakute ii yo)
ไม่ต้องพยายามมากเกินไปก็ได้
「ありのままの私が好き」
(Ari no mama no watashi ga suki)
ฉันชอบตัวเองในแบบที่เป็น
คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับรายละเอียดมาก ทั้งราคา หน้าตา และช่วงเวลาที่ให้ การเลือกช็อกโกแลตจึงเป็นการแสดงความใส่ใจ
แนวคิดนี้เรียกว่า อ่านบรรยากาศ 空気を読む ( Kuuki wo yomu ) คือรู้ว่าควรให้แบบไหน ถึงจะเหมาะสมกับอีกฝ่ายที่สุด
วันไวท์เดย์ การตอบรับความรู้สึก
ワイトデー (White Day) คืออะไร
วันที่ 14 มีนาคม หรือ ไวท์เดย์ คือวันที่ฝ่ายชายตอบแทนช็อกโกแลตที่ได้รับในวันวาเลนไทน์ ของขวัญที่นิยม เช่น คุกกี้ไวท์ช็อกโกแลต หรือมาร์ชเมลโลว์ ซึ่งบางคนก็แอบตีความว่า “ของที่ให้กลับมา บอกความรู้สึกได้เหมือนกันนะ” (ติดตามต่อในบทความหน้า)
การให้และการรับ
ไวท์เดย์สะท้อนแนวคิดเรื่อง “การตอบแทน” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในสังคมญี่ปุ่น การให้หรือไม่ให้ อาจทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนไปได้เล็กน้อย แบบเขิลๆ
วาเลนไทน์ที่กำลังเปลี่ยนไป
กิริช็อกโกะเริ่มลดลง
หลายบริษัทในญี่ปุ่นเริ่มไม่สนับสนุนการให้กิริช็อกโกะ เพื่อไม่ให้ใครรู้สึกกดดัน วาเลนไทน์จึงค่อยๆ กลายเป็นวันที่ “ให้เพราะอยากให้จริงๆ”
ความสัมพันธ์ที่หลากหลายขึ้น
ปัจจุบันวาเลนไทน์ญี่ปุ่นเปิดกว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือการรักตัวเอง ช็อกโกแลตจึงไม่ได้หมายถึงคำบอกรักอย่างเดียวอีกต่อไป
สรุป
ช็อกโกแลตที่มากกว่าความหวาน
ช็อกโกแลตสื่อใจแบบญี่ปุ่น คือการนำวัฒนธรรมจากต่างประเทศมาปรับให้เข้ากับสังคมของตัวเอง จนกลายเป็นสื่อสารความรู้สึกที่น่ารัก อบอุ่น และบางทีก็ทำให้เขิลจนหน้าแดง
ไม่ว่าจะเป็นฮงเมช็อกโกะ กิริช็อกโกะ หรือโทโมะช็อกโกะ ทุกแบบล้วนสะท้อนความใส่ใจและความสัมพันธ์ของผู้คน วาเลนไทน์ญี่ปุ่นจึงไม่ใช่แค่วันของความรัก แต่เป็นวันที่ความรู้สึกดีๆ ถูกส่งต่อผ่านช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่มีความหมายมากกว่าที่คิด
