ปัจจุบันการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทต่างชาติมีการลงทุนขยายฐานการผลิต เพื่อเข้าถึง และรองรับความต้องการของลูกค้า อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเพิ่มจำนวนควบคู่กับการพัฒนาบริษัท นั่นคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ฉะนั้นการติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
        โรงเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นวาเซดะ คำนึงถึงความสำคัญในการเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะจากการสำรวจพบว่ากว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของชาวต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยคือบริษัทญี่ปุ่น การเพิ่มศักยภาพให้แก่บุคลากรที่จะป็นกำลังสำคัญในการผลักดันบริษัทให้ก้าวหน้าต่อไป ฉะนั้นนอกจากมีหลักสูตรเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศไทย โรงเรียนยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น ประสานงานระหว่างโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นกับผู้สมัครเรียน โดยมีข้อมูลโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นประกอบการตัดสินใจ ดำเนินการเอกสารสมัครเรียน จัดหาที่พัก เตรียมความพร้อมก่อนเดินไปประเทศญี่ปุ่น
  1. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า 12 ปี เทียบเท่าระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
  2. อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
      ภาคเรียนที่เปิดรับ
           ระยะเวลาการรับสมัคร
                         ประกาศผลจากกองตรวจคนเข้าเมือง
             เมษายน
      เดือนตุลาคมปีก่อนหน้า
  ปลายเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเดือนมีนาคม
            กรกฎาคม
      เดือนกุมภาพันธ์
  ปลายเดือนพฤษภาคม-ต้นเดือนมิถุนายน
              ตุลาคม
      เดือนเมษายน
  ปลายเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนกันยายน
              มกราคม
      เดือนกรกฎาคมปีก่อนหน้า
  ปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคมปีก่อนหน้า
  1. เลือกโรงเรียนให้ตรงกับความต้องการ  ขั้นตอนแรกที่สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนอื่นๆ คือการเลือกโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นให้ตรงกับจุดมุ่งหมายและความต้องการของแต่ละคน เริ่มจากการเลือกสถานที่ตั้ง หลักสูตรการเรียน ค่าใช้จ่ายการเรียน ที่พัก การเดินทาง ดังนั้นควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเลือก
  2. เตรียมพร้อมเอกสาร  ในการไปเรียนที่โรงเรียนภาษาญี่ปุ่นจะต้องจัดเตรียมและส่งเอกสารล่วงหน้าก่อนประมาณ 6 เดือน ซึ่งแต่ละโรงเรียนจะเปิดรับสมัครแต่ละเทอมไม่เหมือนกัน กรุณาตรวจสอบระยะเวลาการเปิดรับสมัคร หรือสอบถามกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
  3. ส่งเอกสารสมัครเรียน  หลังจากเตรียมเอกสาร ผู้สมัครต้องส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนส่งเอกสารไปให้โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น แล้วโรงเรียนจะส่งเอกสารให้กองตรวจคนเข้าเมือง ระหว่างนี้อาจจะมีการเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมจากผู้สมัคร
  4. แจ้งผลการสมัครเรียน  แจ้งผลการสมัครเรียน กองตรวจคนเข้าเมืองจะออกใบรับรองสถานภาพการพำนัก Certificate of Eligibility (COE) ให้กับผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติ โดยทางโรงเรียนแต่ละแห่งจะจัดส่งสำเนาพร้อมกับใบชำระค่าเล่าเรียน เจ้าหน้าที่จะติดต่อไปยังผู้สมัครเพื่อให้ดำเนินการชำระค่าเล่าเรียนในขั้นตอนต่อไป
  5. การชำระค่าเล่าเรียน  ผู้สมัครจะต้องชำระค่าเล่าเรียน โดยโอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น จากนั้นนำใบการชำระเงินมาให้เจ้าหน้าที่ เพื่อรับใบรับรองสถานภาพการพำนักฉบับจริง ก่อนนำไปประกอบเอกสารยื่นขอวีซ่า
  6. การยื่นขอวีซ่า  ขั้นตอนสุดท้ายคือการยื่นขอวีซ่า เจ้าหน้าที่ช่วยเตรียมเอกสารยื่นขอวีซ่า ใช้เวลา 5 วันดำเนินการยื่นขอวีซ่า
ส่วนผู้สมัครเรียน
  • รูปถ่าย 1 นิ้วครึ่ง จำนวน 6 ใบ
  • ใบสมัครโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น
  • ใบรับรองการเรียนระดับชั้นสูงสุด
  • ใบแสดงผลการเรียนระดับชั้นสูงสุด
  • ใบรับรองการเรียนภาษาญี่ปุ่น (ถ้ามี)
  • ใบสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (ถ้ามี)
  • ใบรับรองการทำงาน
  • สำเนาพาสปอร์ต มีอายุเกิน 6 เดือนขึ้นไป
  • สำเนาพาสปอร์ตเล่มเก่า (ถ้ามี)
  • สำเนาหน้าแสตมป์เข้า-ออก ประเทศญี่ปุ่น (ถ้ามี)
  • ใบรับรองรายการทะเบียนราษฎร ทร14/1
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
ส่วนผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายจะต้องมีความสัมพันธ์กับผู้สมัคร เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง ญาติ ห่างไม่เกิน 2 ลำดับขั้น ตรวจสอบได้จากใบรับรองรายการทะเบียนราษฎร ทร14/1
กรณีข้าราชการ พนักงานบริษัท พนักงานรัฐวิสาหกิจ  ใบรับรองการทำงาน ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน รายได้ต่อเดือน
กรณีทำธุรกิจส่วนตัว  หนังสือจดทะเบียนบริษัท / ใบจดทะเบียนการค้า ออกโดยหน่วยงานราชการ
  • เอกสารแสดงรายได้ แบบเสียภาษีรายได้บุคคลประจำปี (ภงด90 หรือ ภงด91)
  • หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน
  • Bank Statement / สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ย้อนหลัง 6 เดือน
  • ใบรับรองรายการทะเบียนราษฎร ทร14/1
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
หมายเหตุ               เอกสารต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน
                                 เอกสารทั้งหมดที่ไม่ได้ระบุเป็นสำเนา ต้องเป็นฉบับจริงเท่านั้น
                                 เอกสารที่เป็นภาษาไทย ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาญี่ปุ่น
                                หากมีความประสงค์ต้องการขอเอกสารคืน สามารถแจ้งระหว่างยื่นเอกสารสมัครเรียนกับเจ้าหน้าที่โดยตรง